ก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 TASTEBUD LAB/Bio Buddy/เครือข่าย Future Food Network
ก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 TASTEBUD LAB/Bio Buddy/เครือข่าย Future Food Network และพันธมิตรกว่า 61 หน่วยงาน ร่วมประกาศ Roadmap เพื่อสนับสนุน ‘ระบบอาหารยั่งยืน’ สร้างระบบนิเวศให้กับอุตสาหกรรมอาหารประเทศไทย และตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้าน Bio Economy

ตลอดการเดินทาง 4 ปีผ่านมา เป็นที่ยอมรับตรงกันว่า ตลาดฟิวเจอร์ฟู้ดได้รับความสนใจและมีการเติบโตอย่างเห็นได้ชัดจากทั้งในและต่างประเทศ ทาง TASTEBUD LAB ซึ่งได้รับการยอมรับเป็นผู้ริเริ่มและร่วมสร้างการเติบโตในด้านของฟิวเจอร์ฟู๊ดในประเทศไทย จากการเฟ้นหา คัดสรร และบ่มเพาะ ผู้ประกอบการฟิวเจอร์ฟู๊ด ตอกย้ำการเติบโตของตลาดฟิวเจอร์ฟู้ด ด้วยตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน เช่น ในปีที่ผ่านมามีสตาร์ทอัพฟิวเจอร์ฟู้ด สนใจเข้าร่วมกิจกรรมประกวดเอเปคฟิวเจอร์ฟู๊ด มากกว่า 2000 ทีม และยังมีสตาร์ทอัพในกลุ่ม Foodtech ที่ขณะนี้ TASTEBUD LAB กำลังบ่มเพาะพัฒนาและโปรเจ็คร่วมพัฒนา ขอระดมทุนร่วมกันกับบริษัทต่างๆ มากกว่า 20 โครงการ นอกจากการเติบโตของสตาร์ทอัพแล้ว ปัจจุบันในประเทศไทย มีธุรกิจขนาดใหญ่จนถึงระดับ SME ด้านเกษตรกว่า 40% เมื่อรวมธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับด้านอาหารจะมีมากถึง 70% และเป็นไปในทิศทางเดียวกันที่ธุรกิจด้านเกษตรและอาหาร ในทั่วโลก มีมากถึง 40-50% จากธุรกิจทั้งหมด

โดยปีที่ผ่านมา TASTEBUD LAB ได้มีโอกาสทำการศึกษาด้านระบบนิเวศเทคโนโลยีด้านอาหาร ให้กับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เราพบว่าปัจจุบันประเทศไทยมีจำนวนสตาร์ทอัพกลุ่ม Food Technology กว่า 59 ราย และได้เริ่มเห็นถึงตัวเลขการลงทุนใน Food Tech สตาร์ทอัพ ตัวอย่างเช่น บริษัท ไลน์แมนวงใน จำกัด สามารถระดมทุนรอบซีรีส์บี มูลค่า 265 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 9,700 ล้านบาท บริษัท ไทย เอนโท ฟู้ด จำกัด ระดมทุนได้ 1,000ล้านบาท และ แอดวานซ์ กรีนฟาร์ม ระดมทุนได้ 28 ล้านบาท
อีกทั้งยังเห็นตัวเลข การลงทุนที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในระดับสากล ของกลุ่มของเทคโนโลยีด้านอาหาร ซึ่งมีการลงทุนมากกว่า 30,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1 ล้านล้านบาทในปี 2020 และคาดการณ์ว่า จะเกิดการลุงทุนด้านอาหารแห่งอนาคต ในปี 2025 กว่า 250,000 ล้านเหรียญ หรือ 8.5 ล้านล้านบาท (อ้างอิงข้อมูลจาก AgFunder และ Deloitte)

จากตัวเลขการเติบโตของตลาดอาหารทั่วโลกในขณะนี้ มูลค่าทางการลงทุนและทางการตลาดของอาหาร แห่งอนาคตที่เติบโตทั่วโลก เรากําลังพบกับความท้าทาย 3 ประการ ในการประกอบธุรกิจด้านเกษตรและอาหาร
ประชากรโลกที่คาดการณ์ว่าจะสูงขึ้นถึง 10,000 ล้านคนในปี 2050 กับความต้องการด้านอาหารที่สูงขึ้น
ความท้าทายด้านความมั่นคงทางอาหารและความเป็นอยู่ที่ดีของประชากรโลก อ้างอิงข้อมูลจาก ระบุว่าขณะนี้มีคนกว่า 1 ใน 3 ของโลกพบปัญหาความโหยหิว ขาดอาหาร เสียชีวิตจากคุณภาพความสะอาดของอาหารและนํ้า ในขณะเดียวกันในกลุ่มประเทศที่มีพอกิน มักประสบปัญหาจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน และกลุ่มคนรุ่นใหม่และสังคมสูงวัยมีภาวะการแพ้อาหาร ตลอดจนความต้องการที่เปลี่ยนไป
ความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม ที่ส่งผลกับการดํารงอยู่ของระบบอาหารและมนุษย์ ขณะที่โลกประสบกับความท้าทายด้าน Climate Crisis อุตสาหกรรมการผลิตอาหาร ยังคงสร้างผลกระทบเชิงลบให้กับสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยอ้างอิงจากจากข้อมูล Our World in Data แสดงให้เห็นว่า กว่า 26% หรือ 1 ใน 4 ของคาร์บอนในชั้นบรรยากาศ เกิดจากอุตสาหกรรมการผลิตอาหาร

ในปี 2023 เพื่อสนับสนุน ‘ระบบอาหารยั่งยืน’ สร้างระบบนิเวศและปั้น Food Tech และ Bio Tech Startupให้กับอุตสาหกรรมอาหารประเทศไทย และตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ด้าน Bio Economy และ ระบบอาหารของโลก ทาง TASTEBUD LAB และ Bio Buddy ตั้งเป้าหมายไว้ 3 พันธกิจหลัก บนแนวคิด Future Food System Framework ดังต่อไปนี้
‘Build New Solution for Food System of the Future’ การผลักดันโครงการและสนับสนุนการขอระดมทุน/ร่วมทุนให้กับสตาร์ทอัพ ด้านเทคโนโลยีอาหารผ่านกลไกใหม่ Venture Builder โดยบริษัท ไบโอ บัดดี้ จำกัด โดยตั้งเป้าที่ มากกว่า 20 โปรเจคการลงทุนสนับสนุน
‘Food System & Ecosystem Integrating’ การริเริ่มจัดงาน Food System Conference เพื่อผลักดันในประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้าน Bio Economy และระบบอาหารของโลก ในการพัฒนาด้านระบบอาหารยั่งยืนในระดับโลก ร่วมกับพาร์ทเนอร์ในประเทศไทยและระดับสากล

‘Synegies on Food System Framework’ บนการศึกษาและที่ได้นำเสนอแนวคิดการพัฒนายั่งยืนบนระบบอาหารแห่งอนาคต(Future Food System Framework) ปีนี้เป็นการขยายความร่วมมือ การทำงานร่วมกันบนระบบอาหาร ร่วมสร้างระบบนิเวศร่วมกับพาร์ทเนอร์ ส่งเสริมให้เกิด solutions เพื่อความมั่นคง ยั่งยืน บนแนวคิดระบบอาหาร Future Food System Framework ประกาศการร่วมดำเนินกิจกรรม Future Food Ideation: ในงานแสดงสินค้าระดับโลกกับพันธ์มิตรหลักอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น งาน Propack Asia และงาน Food Ingredients Asia ร่วมกันกับ บริษัท อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์จำกัด, งาน Thaifex Anuga Asia ร่วมกันกับ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ หอการค้าไทย (TCC) และโคโลญเมสเซ่ (KM) ประเทศเยอรมนี, งาน Beyond Food Expo ร่วมกันกับศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ ขอนแก่น (KICE)

โดยในงาน Future Food Immersive Ideation Workshop ระหว่างวันที่ 5-7 ก.พ. 2566 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) อาคารไปรษณีย์กลาง เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Creative & Design Showcase และ Bangkok Design Week 2023 โดยได้รับเกียรติ จากผู้นําหน่วยงานสำคัญที่ร่วมกันผลักดันและสร้างความมั่นคงยั่งยืนให้อาหารในประเทศไทย จากภาครัฐที่กำหนดนโยบายเกี่ยวกับนวัตกรรมด้านอาหาร กลุ่มสมาคม ผู้นำหน่วยงานเอกชน กลุ่มนักลงทุน และสตาร์ตอัพ SME ผู้บุกเบิกด้านอาหารแห่งอนาคต ร่วมระดมสมอง ค้นหาโอกาสเพื่อ ‘อนาคตของอาหาร’ และดื่มด่ำไปกับมื้ออาหารแห่งอนาคต รังสรรค์เมนูสุดพิเศษโดย Sustainable Chef ทั้ง 4 ภาคของประเทศไทย โดยเวิร์คช็อปในครั้งนี้ moderate โดย คุณสันติ อาภากาศ CEO และ Co-Founder Bio Buddy และ TASTEBUD LAB ควบคู่การแสดงแสงสี Immersive Experience ออกแบบโดย ศิลปิน คุณอัมรินทร์ โอชา Co-Founder 305STOP STUDIO

ร่วมด้วย Future Food Showcase โดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือ CEA และ TASTEBUD LAB สัมผัสโชว์เคส แสดงนวัตกรรมสินค้าอาหารแห่งอนาคต สุดล้ำ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Creative & Design Showcase กิจกรรมส่งเสริมธุรกิจในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ภายใต้หัวข้อ “Food For Future” ระหว่างวันที่ วันที่ 1 ก.พ. – 2 เม.ย. 2566 เวลา 10:30น.-19:00น. จัดแสดง ณ TCDC กรุงเทพฯ, Creative Space ชั้น 5 และ Future Food Market Activation ระหว่างวันที่ 9-12 ก.พ. 2566 บริเวณลานหน้าอาคารไปรษณีย์กลาง เวลา 16.00น.-22.00น.

เมนูอาหารในเสริฟภายในเวิร์คช็อปครั้งนี้ เป็นการร่วมมือครั้งสำคัญจากกว่า 20 Startup ผู้บุกเบิก ที่ส่งมอบวัตถุดิบอาหารอนาคต ผสานกับวัตถุดิบท้องถิ่นตามฤดูกาล ทั้งหมดเป็นวัตถุดิบที่มีกระบวนการเพาะปลูกและเลี้ยง ด้วยวิธีการที่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ด้วยแนวทางที่ยั่งยืน โดย Sustainable Chef ทุกท่านที่มาร่วมมือกัน ปรุงอาหารด้วยนวัตกรรม เทคนิค และความคิดสร้างสรรค์ เพื่อให้เกิดรสชาติที่ดีและเนื้อสัมผัสใหม่ที่น่าสนใจ ควบคู่ไปกับประโยชน์ต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในอนาคต
เปิดประสบการณ์ “IMMERSIVE EXPERIENCE” โดย คุณอัมรินทร์ โอชา Co-Founder 305STOP STUDIO โดยงานศิลปะเป็ดตัวแทน ที่ช่วยให้ผู้เข้าร่วมเวิร์คช็อบ ได้เบิกบาน เปิดความคิดสร้างสรรค์ ร่วมแลกเปลี่ยน ideate และสร้างมิตรภาพการทำงานร่วมกันบนระบบอาหารให้กับอนาคตของอาหารที่ยั่งยืนไปด้วยกัน
ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจร่วมเดินทางเพื่อการพัฒนายั่งยืนอาหารแห่งอนาคต ผู้ประกอบการธุรกิจอาหาร ผู้ที่สนใจจะเริ่มธุรกิจอาหารแห่งอนาคต ร้านอาหารและสตาร์ทอัพด้านอาหาร สามารถสอบถามรายละเอียดเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมกับกลุ่มเทสบัด ได้ ผ่านช่องทางสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ได้แก่ เฟสบุ๊คและ LINE OPENCHAT FUTURE FOOD NETWORK
ไลน์: @tastebudlab โทร: 095-732-4471

